สืบเนื่องจากบทความที่แล้ว ผมมองว่าการใช้เหตุผลของคนในปัจจุบันยังห่างไกลจากความสมบูรณ์มาก แต่ค่านิยมของคนยุคนี้ชอบการฟันธง ชอบการตัดสินใจ ชอบความชัดเจน คนก็มีแนวโน้มที่จะให้คุณค่ากับเหตุผลที่ตนมีมากเกินจริงเพื่อพยายามสรุปอะไรให้ได้บางอย่าง สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ บางครั้งการยอมรับในความไม่รู้หรือการสรุปแค่บางส่วนก็เป็นสิ่งที่ดีกว่าการด่วนสรุปรวมยอด ข้อเสียของการด่วนสรุปมีเยอะแยะ ขอยกมาคร่าวๆ ดังนี้
- การด่วนสรุปส่วนมาก เป็นผลมาจากการต้องการเสริมสร้างอัตตา ลึกๆแล้วมันต้องการบอกว่าเราดีเราเก่ง เรารู้ เรามีความคิด เรามีเหตุผล ลองจินตนาการวงสนทนาทั่วไปดู สมมติว่ามีการถามความเห็นกัน คนที่บอกว่าไม่รู้ ไม่แน่ใจ ก็ดูจะไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ มนุษย์ธรรมดาต้องการสถานะในสังคม ก็เลยพยายามทำตัวฉลาด ทั้งๆที่จริงแล้วมีข้อมูลไม่พอที่จะสรุป การด่วนสรุปจึงเป็นการสร้างหน้ากากปิดหน้าตัวเองไว้ พอทำมากๆก็ลืมตัว แล้วก็คิดว่าหน้ากากนั้นเป็นหน้าจริงๆ กระบวนแบบนี้จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหน้ากากของแต่ละคนหนาขึ้นเรื่อยๆ คนในยุคปัจจุบันก็เลยเรียนรู้ตัวเองได้ยาก เพราะเราไปสร้างหน้ากากปิดหน้าตัวเองไว้เยอะ
- การด่วนสรุปเป็นการปิดการรับรู้ใหม่ เพราะเวลาที่เราสรุปอะไรบางอย่างไปแล้ว เวลามีข้อมูลใหม่เข้ามามันจะมีแรงต้านภายใน เพราะสิ่งที่มาใหม่มันเป็นภัยต่อความมั่นคงของอัตตาที่เราเชื่อมั่นว่าฉันเป็นฝ่ายถูก
- การด่วนสรุปทำให้เกิดการต่อสู้โดยไม่จำเป็น เวลาคนที่มีความเห็นต่างกันมาเจอกัน มันอดไม่ได้ที่จะมีวิวาทะ มีการต่อสู้ในนามของอุดมการณ์ต่างๆมากมาย
เขียนไปเขียนมา คนอ่านอาจจะคิดว่า ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าการด่วนสรุปไม่ดี แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า ไม่ค่อยมีใครคิดว่าตัวเองชอบด่วนสรุป สาเหตุลึกๆก็มาจากว่า การยอมรับตรงนี้มันจะไปกระทบอัตตาที่ทุกคนหวงแหน ผมก็แอบหวังเล็กๆว่า คนอ่านอาจจะเริ่มเห็นว่าการดำรงตนอยู่ท่ามกลางความไม่รู้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย จากนั้นก็ไม่รีบพยายามสรุปอะไรเหมือนแต่ก่อน ผ่านไปสักพักก็มองย้อนกลับไปในอดีต แล้วค่อยเห็นว่าที่ผ่านมาตัวเองด่วนสรุปไปมากแค่ไหน…
เห็นด้วยครับ รู้สึกโพสต์ที่แล้วผมจะด่วนสรุปไม่เหมือนกัน –”